คำถาม-คำตอบที่พบบ่อย ในการใช้ยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์


คำถาม : ทานยาปลูกผมเวลาไหนดีที่สุด?
คำตอบ : ยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์ สามารถทานได้ทุกช่วงเวลา เพราะยาไม่กัดกระเพาะอาหาร และ ไม่ถูกขัดขวางการดูดซึมจากอาหาร จึงไม่จำเป็นต้องทานก่อน หรือ หลังอาหารแต่อย่างใด แต่ควรทานยาเวลาเดิมทุกวัน เช่น ทานก่อนนอนทุกวัน เพื่อให้ระดับยาในกระแสเลือดมีความสม่ำเสมอ ส่งผลให้ยามีประสิทธิภาพในการรักษาสูงสุด

คำถาม : ผลข้างเคียงของยาปลูกผมมีอะไรบ้าง?
คำตอบ : ยาปลูกผมของนครหลวงการแพทย์ มีความปลอดภัยสูง เพราะเป็นตัวยาที่มีการใช้กันมานาน มีงานวิจัยรับรองถึงความปลอดภัยในระยะยาว และ ไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด ส่วนผลข้างเคียงที่อาจพบได้นั้นคือ มีขนคิ้ว หนวด เครา (ในผู้ชาย) และ มีขนอ่อนตามใบหน้าเพิ่มขึ้นได้ ในช่วง 1 - 3 เดือนแรก จากนั้นจะค่อยลดลง และ หายไป

คำถาม : ยาปลูกผมจะเห็นผลภายในเวลาเท่าใด?
คำตอบ : เนื่องจากข้อจำกัดในวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมนั้นต้องใช้เวลา การที่จะเห็นว่าผมของท่านดกดำขึ้นจนสังเกตได้นั้น จะต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 3 - 6 เดือน ซึ่งอาจเร็วหรือนานกว่านี้ใด้ ขึ้นอยู่กับการตอบสนองทางร่างกายของแต่ละบุคคล ขอให้ท่านทานยา และ ใช้ผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเทคนิคที่คุณหมอแนะนำ เพื่อทำให้ท่านเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน โดยการให้ท่านถ่ายรูปผมของท่านก่อนเริ่มใช้ยาปลูกผม และ ถ่ายรูปหลังใช้ยาไปแล้วทุก ๆ เดือน เพื่อให้ท่านจะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

คำถาม : ยาปลูกผมผู้ชายทำไมมีสองสูตร แตกต่างกันอย่างไร สามารถใช้ยาชุดที่ 2 โดยไม่ต้องใช้ยาชุดตั้งต้นได้หรือไม่?
คำตอบ : ยาปลูกผมผู้ชายของนครหลวงการแพทย์นั้น มีสองสูตร โดยสูตรแรกเรียกว่าคือ ยาปลูกผมชุดตั้งต้น และ สูตรที่สองคือ ยาปลูกผมชุดที่ 2 โดยทั้งสองตัวนี้เป็นตัวยาเดียวกัน แต่ชุดที่ 2 จะมีความเข้มข้นสูงกว่า การที่ต้องทานยาชุดตี่งต้นก่อนนั้นเพื่อเป็นการเตรียมปรับสภาพร่างกายก่อนที่จะไปทานยาชุดที่เข้มข้นกว่า เพื่อป้องกันการแพ้ยา และ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพของยาสูงสุด โดยยาชุดแรกจะทาน 3 เดือน (3 ชุด) และ ตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป จะทางชุดที่ 2 ต่อเนื่องโดยไม่ต้องเปลี่ยนยา ดังนั้นจึงไม่ควรทานยาชุดที่ 2 ก่อนการทานยาชุดตั้งต้นให้ครบ 3 เดือน

คำถาม : ในกรณีผู้ชายที่เคยใช้ยานครหลวงการแพทย์ จนใช้ยามาถึงชุดที่ 2 แล้วหยุดทานไป ถ้ากลับมาใช้อีกต้องเริ่มใช้ชุดต้นต้นใหม่หรือไม่?
คำตอบ : หากหยุดใช้ยาไปไม่เกิน 3 เดือน และ ยังไม่มีอาการผมร่วงกลับมา สามารถใช้ยาชุดที่ 2 ต่อเนื่องได้โดยไม่กลับไปใช้ชุดตั้งต้น หากหยุดใช้ยาไปเกิน 3 เดือน หรือ มีอาการผมกลับมาร่วงอีกครั้ง ต้องกลับมาใช้ยาชุดตั้งต้นให้ครบ 3 เดือนอีกครั้ง ก่อนใช้ยาชุดที่ 2 ต่อไป

คำถาม : ไม่อยากกินยา ใช้แต่เซรั่ม และ/หรือ แชมพูได้หรือไม่?
คำตอบ : ในชุดยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์นั้น ตัวที่ออกฤทธิ์ในการต่อต้านการทำลายเส้นผมของผมร่วงแบบกรรมพันธุ์เป็นหลักนั้นคือ ยากิน ส่วนเซรั่มนั้น จะไปช่วยในการเพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดที่มาเลี้ยงเส้นผม ส่วนแชมพูจะทำหน้าทีไปชำระล้างความมันที่อุดตันที่รากผม ช่วยให้ผมเจริญเติบโดได้ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่า ยากินนั้นจะทำหน้าที่ไม่ให้ร่างกายเกิดกระบวนการทำลายเส้นผม ซึ่งเป็นกลไลสำคัญในการที่จะให้ผมกลับมาเจริญงอกงามอีกครั้ง หากท่านไม่ใช้ยากิน แล้วใช้เพียงเซรั่ม และ/หรือ แชมพู ผมของท่านก็จะไม่สามารถกลับมาดกดำได้อีกครั้ง

คำถาม : ในกรณีสาวประเภทสอง นั้นสามารถใช้ยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์ได้หรือไม่ และ หากใช้ได้ ต้องใช้ยาชุดใด?
คำตอบ : ในกรณีของสาวประเภทสอง ที่แปลง และ ไม่แปลงเพศ หรือ/และ เทคฮอร์โมนเพศหญิงนั้น สามารถใช้ยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์ในการรักษาผมร่วง-ผมบางได้ โดยให้ใช้ยาปลูกผมของผู้ชายชุดตั้งต้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนเป็นยาชุดที่ 2 แต่อย่างใด

คำถาม : สำหรับหญิงตั้งครรภ์สามารถทานยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์ได้หรือไม่?
คำตอบ : ในกรณีผู้หญิงที่ทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์นั้น ให้หยุดยาทันที และ คนที่ตั้งครรภ์ และ ให้นมบุตร ก็ไม่แนะนำให้ใช้ยาปลูกผมครับ ส่วนผู้ที่จะวางแผนมีบุตร ควรหยุดยาก่อนประมาณ 3 เดือน

คำถาม : ยาปลูกที่ทางบริการครบวงจรนครหลวงรับฝากซื้อนั้นจากคลินิกฯ ใช้รักษาผมร่วงได้ทุกสาเหตุได้หรือไม่?
คำตอบ :ยาปลูกผมนครหลวงการแพทย์ที่ทางเรารับฝากซื้อนั้น จะเป็นยาปลูกผมสำหรับรักษาผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุของผมร่วง-ผมบาง ถึง 95% สำหรับท่านที่ไม่ได้มีอาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์ สามารถติดต่อคลินิกฯ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยสาเหตุของท่านได้ ซึ่งหากท่านไม่สะดวกจองคิวเอง ก็สามารถใช้บริการ "จองคิวพบแพทย์" เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับท่านได้

คำถาม : แล้วจะทราบได้อย่างไรว่ามีอาการผมร่วง-ผมบางจากกรรมพันธุ์?
คำตอบ : อยากที่ทราบกันว่า สาเหตุของผมร่วง-ผมบาง กว่า 95% นั้น มาจากผมร่วงจากกรรมพันธุ์ แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าท่านมีผมร่วงจากกรรมพันธุ์
ในผู้ชาย ผมร่วงจากกรรมพันธุ์จะมีลักษณะดังนี้
1. จะมีอาการผมร่วง แบบลักษณะที่เรียกว่า Male Pattern แบ่งออกเป็น 3 แบบ 
1.1 มีอาการผมร่วง-ผมบางทบริเวณหน้าผากจนเถิกร่น ทั้งแบบเป็นง่ามรูปตัว M หรือ เถิกล้านทั้งหน้าผาก
1.2 มีอาการผมร่วง-ผมบางบริเวณกลางศีรษะ
1.3 มีอาการผมร่วงผมบางในข้อ 1 และ ข้อ 2 ร่วมกัน
2.หนังศีรษะมีความมัน ผมมันง่าย
3.พบว่ามีเครือญาติมีอาการผมร่วงจากกรรมพันธุ์ หากพบท่านมีคุณลักษณ์ตรงตามข้อ 1 คุณมีอาการผมร่วงจากกรมพันธุ์อย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นต้องมีคุณลักษณะในข้อ 2 และ 3

ในผู้หญิง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์จะมีลักษณะดังนี้ 
จะมีอาการผมร่วง แบบลักษณะร่วงบริเวณกลางศีรษะ โดยเฉพาะเวลาแสกผมจะเห็นได้ชัด และ จะลามไปบริเวณด้านนอกซ้าย-ขาว หากพบอาการผมร่วงแบบนี้ ในสันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่า ท่านมีผมร่วงจากกรรมพันธุ์ในเพศหญิง 

คำถาม : ถ้าผมขึ้นเป็นที่น่าพอใจแล้ว สามารถหยุดใช้ยาได้หรือไม่?
คำตอบ : ต้องชี้แจงก่อนว่า โรคผมร่วงจากกรรมพันธุ์ เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาหายขาดได้ในปัจจุบัน แม้แต่การผ่าตัดปลูกผมก็ทำให้ผมดกดำได้ประมาณ 2-3 ปี และ ต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 150,000 บาท ขึ้นไป อีกทั้งยังต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัด ดังนั้นการรักษาด้วยยาจึงเป็นทางเลือกที่ดี และ เป็นที่นิยม เพราะราคาถูก ปลอดภัย ไม่เจ็บตัว ซึ่งการรักษาด้วยยาก็เป็นการรักษาแบบประคับประคอง โดยตัวยาจะออกฤทธิ์ไม่ให้ฮอร์โมนไปทำลายรากผม ดังนั้นจึงต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อหยุดวงจรการทำลายเส้นผม หากหยุดยาทันทีผมจะกลับไปร่วงเช่นเดิม การรักษาต้องทานยาต่อเนื่อง 3-5 ปี แล้วจึงค่อยปรับลดยาลง เช่น ลดเป็นทานยาวันเว้นวัน เพื่อคงสภาพรากผมไว้ ในส่วนตัวยานั้น มีความปลอดภัยสูง ไม่เป็นภาระ ตับ ไต และ ไม่สะสมในร่างกาย จึงใช้ได้ต่อเนื่องโดยไม่เป็นอันตราย